holiday palace ประวัติของโป๊กเกอร์นั้นมีหลายที่มา จึงยังไม่แน่ใจนักว่าเริ่มต้นที่ไหน แต่หลายๆคนคาดว่ามาจากประเทศฝรั่งเศส เพราะชื่อโป๊กเกอร์มาจากคำว่า poque ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสเดิมนั้นโป๊กเกอร์ใช้การ์ดเพียง 20 ใบ เริ่มโดย Joseph Crowell ซึ่งเป็นนักแสดงชาวอังกฤษที่ นิวออร์ลีนส์ โดยเล่นได้สูงสุดเพียงสี่คน และต่อมาก็ได้แพร่กระจายไปยัง และทั่วทวีปอเมริกาเกมส์โป๊กเกอร์นั้น อาจถือได้ว่าเป็นไพ่ที่มีผู้นิยมเล่นมากที่สุดเลยทีเดียว ผู้คนทุกเพศทุกวัยในประเทศต่างๆ ก็เล่นโป๊กเกอร์กันทั้งนั้น ด้วยเงินเดิมพันมากบ้างน้อยบ้างไม่ว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโป๊กเกอร์เดิมพันด้วยลูกอมขนมใน เล่นกับเพื่อนๆ หรือเล่นกับนักเล่นมืออาชีพที่แต่งตัวเต็มยศและไม่มีอาชีพอื่นใดนอกจากเล่นโป๊กเกอร์ ด้วยเงินเดิมพันคราวละมากๆ นักเล่นแต่ละคนก็มักจะคิดว่าตัวเอง “เล่นเก่ง” ทั้งสิ้นทางเดียวที่จะรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วท่านเล่นโป๊กเกอร์เก่งขนาดไหนคือการเล่นกับ “นักเล่นที่เก่ง” คนอื่นๆ และเราจะค่อยๆนำเสนอการเล่นและการเดิมพันใหท่านได้ทราบกัน กติกาการเล่น โป๊กเกอร์ เป้าหมายในการเล่นคือสร้างไพ่มือที่ดีที่สุด 5 ใบจากไพ่ที่ท่านได้รับแจก โดยความแข็งของไพ่จะเรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำดังนี้:รอยัลฟลัช เป็นมือที่สูงที่สุด ประกอบด้วยเอซ คิง แหม่ม แจ็ค และ 10 ซึ่งมีดอกเดียวกัน ดอกใดก็ได้ อัตราที่จะเกิดมือนี้คือ 1 ใน 650,000 มือสเตรทฟลัช สเตรทที่มีดอกเหมือนกัน ซึ่งก็คือไพ่ 5 ใบที่มีดอกเดียวกันและเรียงลำดับกัน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 72,000 มือต่อไปนี้คือศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปในเกมโป๊กเกอร์:ออล-อิน (ALL-IN) เมื่อผู้เล่นมีชิปไม่พอที่จะ “สู้” เขาต้องเดิมพันด้วยชิปทั้งหมดที่มีรวมทั้งเงินกองกลางในตอนนั้นด้วย เดิมพันใดๆ ที่วางหลังจากนั้นจะอยู่วางไว้นอกกองกลาง เรียกว่าไซด์พ็อต และเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับเงินไซด์พ็อตนี้ หากมือของเขาสูงที่สุด เขาจะได้เงินจากเงินกองกลางเท่านั้น แต่จะไม่ได้เงินไซด์พ็อตแบ๊ดบีท (BAD BEAT) คำนี้เป็นศัพท์ที่ใช้หมายถึงตอนที่ท่านมีไพ่ในมือที่ดีมาก แต่ก็ต้องแพ้มือที่ดีกว่า ห้องโป๊กเกอร์บางแห่งให้รางวัลแจ็คพ็อตสำหรับมือแบ๊ดบีทที่ดีที่สุด ซึ่งก็คือมือแพ้ที่ดีที่สุดนั่นเองตอนนี้หาได้เท่านี้ก่อนอะค่ะ ถ้ามีเพิ่มเติมจะมาบอกอีกทีน๊า เป้าหมายในการเล่นคือสร้างไพ่มือที่ดีที่สุด 5 ใบจากไพ่ที่ท่านได้รับแจก โดยความแข็งของไพ่จะเรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำดังนี้:รอยัลฟลัช เป็นมือที่สูงที่สุด ประกอบด้วยเอซ คิง แหม่ม แจ็ค และ 10 ซึ่งมีดอกเดียวกัน ดอกใดก็ได้ อัตราที่จะเกิดมือนี้คือ 1 ใน 650,000 มือสเตรทฟลัช สเตรทที่มีดอกเหมือนกัน ซึ่งก็คือไพ่ 5 ใบที่มีดอกเดียวกันและเรียงลำดับกัน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 72,000 มือโฟว์การ์ด (หอน) ไพ่ 4 ใบที่มีแต้มเท่ากัน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 4,200 มือฟุลเฮ้าส์ (เห่า) ตองและคู่ นับตองก่อน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 700 มือฟลัช ไพ่ 5 ใบที่มีดอกเดียวกัน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 510 มือสเตรท ไพ่ 5 ใบดอกใดก็ได้ที่มีแต้มเรียงลำดับต่อกัน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 250 มือทรีการ์ด (ตอง) ไพ่ 3 ใบที่มีแต้มเท่ากัน โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 48 มือทูแพร์ (2 คู่ ) คู่ 2 ชุด โอกาสที่จะเกิดคือ 1 คือ 21 มือวันแพร์ (1 คู่ ) ไพ่ที่มี 1 คู่ โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 2.4 มือไพ่สูง ไพ่ที่ดีที่สุดจะเป็นผู้ชนะหากมือต่างๆ ข้างต้นไม่มีอยู่แล้ว โอกาสที่จะเกิดคือ 1 ใน 2 มือศัพท์ที่ใช้เรียกกันในเกมโป๊กเกอร์นั้นแม้แต่คนที่ใจแข็งที่สุดก็อาจจะตระหนกตกใจได้ แต่เราจะพยายามอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายต่อไปนี้คือศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปในเกมโป๊กเกอร์:ออล-อิน (ALL-IN) เมื่อผู้เล่นมีชิปไม่พอที่จะ “สู้” เขาต้องเดิมพันด้วยชิปทั้งหมดที่มีรวมทั้งเงินกองกลางในตอนนั้นด้วย เดิมพันใดๆ ที่วางหลังจากนั้นจะอยู่วางไว้นอกกองกลาง เรียกว่าไซด์พ็อต และเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับเงินไซด์พ็อตนี้ หากมือของเขาสูงที่สุด เขาจะได้เงินจากเงินกองกลางเท่านั้น แต่จะไม่ได้เงินไซด์พ็อตแบ๊ดบีท (BAD BEAT) คำนี้เป็นศัพท์ที่ใช้หมายถึงตอนที่ท่านมีไพ่ในมือที่ดีมาก แต่ก็ต้องแพ้มือที่ดีกว่า ห้องโป๊กเกอร์บางแห่งให้รางวัลแจ็คพ็อตสำหรับมือแบ๊ดบีทที่ดีที่สุด ซึ่งก็คือมือแพ้ที่ดีที่สุดนั่นเองบิ๊กบลายด์ (BIG BLIND) ผู้เล่นที่อยู่ทางซ้ายมือของเจ้ามือวางสมอลบลายด์ (เดิมพันบังคับ) ซึ่งเท่ากับครึ่ง 1 ของเดิมพันจำนวนน้อยที่สุด ผู้เล่นที่อยู่ทางซ้ายมือของเขาจะวางบิ๊กบลายด์ ซึ่งมีเท่ากับเงินเดิมพันที่น้อยที่สุดบอร์ด (BOARD) ไพ่หงายในเกมฟล็อปปุ่ม (BUTTON) แผ่นกลมที่จะบอกว่าใครเป็นเจ้ามือสำหรับมือนี้ ปุ่มนี้จะเลื่อนตามเข็มนาฬิกา (ไปทางซ้าย) ในแต่ละมือสู้ (CALL) เดิมพันที่เท่ากับเดิมพันที่วางอยู่ตอนนั้นผ่าน (CHECK) หากไม่มีการวางเดิมพันเพิ่มอีก ท่านสามาารถผ่านแล้วรอดูว่าจะมีคนอื่นวางเดิมพันหรือไม่ หากทุกคนผ่าน เกมก็จะเลื่อนไปเล่นรอบต่อไปเจ้ามือ (DEALER) คือผู้เล่นที่ได้รับการตั้งให้เป็นเจ้ามือในแต่ละมือ เขาไม่ได้เป็นคนแจกไพ่จริงๆ แต่เป็นคนที่วางเดิมพันเป็นคนสุดท้าย จึงเป็นตำแหน่งที่อาจได้เปรียบฟิช (FISH) ผู้เล่นที่อ่อนหัดที่สุดในโต๊ะ เป็นคนที่เสียเงินมากที่สุด เกี่ยวกับคำนี้จะมีสำนวนอยู่ว่า “หากมองดูไปรอบๆ โต๊ะแล้วไม่เจอคนที่อ่อนที่สุด แสดงว่าตัวคุณนั่นเองที่อ่อนที่สุด และคุณควรจะเลิกเล่นได้แล้ว”ฟล็อป (FLOP) ไพ่ 3 ใบแรกในไพ่หงายของเกมเท็กซัส โฮลด์เอ็ม หรือ โอมาฮ่า โป๊กเกอร์.หมอบ (FOLD) การทิ้งไพ่ เมื่อท่านคิดว่าไพ่ในมือของท่านไม่ดีพอที่จะเล่นแล้วไพ่โฮล (HOLE CARDS) ไพ่ 2 ใบแรกที่แจกให้ท่านโดยคว่ำหน้าลง จะเรียกกันอีกอย่างว่า “พ็อคเก็ตคาร์ด” ในเท็กซัส โฮลด์เอ็ม.การแจกครั้งแรก ไพ่ชุดแรกที่แจกให้ผู้เล่นก่อนที่ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจคิกเกอร์ (KICKER) ไพ่แต้มสูงที่อยู่กับไพ่คู่หรือ 2 คู่มัคคาร์ด (MUCHKED CARDS) การทิ้งไพ่โดยที่ไม่ให้ใครเห็นไพ่นั้น(NUTS) มือที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเกม มือที่ชนะทุกมือ และสมควรจะวางเดิมพันให้มากๆพ็อคเก็ตคาร์ด (POCKET CARDS) มีความหมายเหมือนกับไพ่โฮลโพสต์ (POST) โพสต์ โดยขึ้นอยู่กับ โป๊กเกอร์ เกม.เงินกองกลาง (POT) ชิปทั้งหมดที่อยู่กลางโต๊ะ เป็นจำนวนเงินที่เราจะได้เมื่อเล่นชนะอัตราการหักเงินกองกลาง (RAKE) เงินที่คาสิโนดึงมาจากเงินกองกลางทุกครั้งเป็นค่านายหน้าเพิ่ม, เพิ่มอีกครั้ง (RAISE, RE-RAISE) เดิมพันที่เป็นการเพิ่มเงินเดิมพันที่วางอยู่ในตอนนั้นริเวอร์ (RIVER) ไพ่ใบสุดท้ายในไพ่หงายของเกมฟล็อป และหมายถึงไพ่ใบสุดท้ายใน7 คาร์ด สตั๊ด.รอบของการวางเดิมพัน (ROUNDS OF BETTING) รอบholiday palace
